พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ผอ.ศพดส.ตร. ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ด้วยพบว่ามีบุคคลต่างด้าวพาเด็กอายุประมาณ 2-3 ปี มานั่งขอทานอยู่ที่ริมถนน ในพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จำนวนหลายจุด ซึ่งอาจมีผู้ได้รับผลประโยชน์จากการพาเด็กมาขอทาน และเข้าข่ายการกระทำความผิดจากการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็ก จึงได้มอบหมายให้ดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานข้อมูลบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์นำเด็กมาขอทานในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินคดี

จากการสืบสวนพฤติการณ์การกระทำผิดของกลุ่มแก๊งบุคคลดังกล่าว ทราบว่ากลุ่มขอทานชาวกัมพูชา อายุตั้งแต่ 18 – 60 ปี โดยผู้หญิงจะนำเด็กอายุ 2-10 ปี มานั่งขอทานตามจุดต่างๆ และมีผู้ชายมาคอยนั่งเฝ้าขอทาน จนกระทั่งสามารถสืบทราบแหล่งที่พักอาศัยของกลุ่มแก๊งขอทาน ต่างด้าวชาวกัมพูชา พบว่ามี 2 จุด โดยกลุ่มแก๊งขอทานที่ขอทานเสร็จ จะมาอาศัยรวมกันที่บ้าน 2 หลังนี้ ตามที่เจ้าหน้าที่สืบสวนพบ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. จึงได้ขออนุมัติหมายจับบุคคลต่างด้าว ที่นำเด็กมานั่งขอทาน จำนวน 6 ราย ในข้อหา “บังคับขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน เด็กเร่ร่อน หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทาน หรือการกระทำผิด หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก” และได้มีการขอหมายค้นต่อศาลเพื่อเข้าตรวจค้นจุดที่พักอาศัยของกลุ่มขอทานเหล่านี้ จนเมื่อ วันที่ 27 พ.ค. 2566 จึงได้เปิดปฏิบัติการทะลายแก๊งขอทานต่างด้าว โดยมีการบูรณาการกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม., สภ.เมืองพัทยา, สภ.บางละมุง, ตม.ชลบุรี และเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเช่า จำนวน 2 หลัง ในพื้นที่อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่กลุ่มแก๊งขอทานใช้เป็นที่พักอาศัย จุดที่ 1 เป็นบ้านทาวเฮาส์ 4 ชั้น 2 คูหา ในซอยนาเกลือ 14 ต.นาเกลือ พบมีบุคคลอาศัยอยู่ภายในบ้าน เป็นชาวกัมพูชา ผู้ใหญ่ 20 คน เด็ก 11 คน ไม่มีเอกสารการเข้าเมือง สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 5 คน , จับกุมตาม พรบ.คนเข้าเมือง 15 คน สามารถช่วยเหลือเด็กผู้เสียหายตาม พรบ.ค้ามนุษย์ ไว้ได้ 3 คน,

จุดที่ 2 เป็นบ้านเพิงพักสังกะสี ภายในซอยสุขุมวิทพัทยา ซอย 7 พบมีบุคคลอาศัยอยู่ภายในบ้าน เป็นชาวกัมพูชา ผู้ใหญ่ 3 คน เด็ก 7 คน ไม่มีเอกสารการเข้าเมือง สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1 คน, จับกุมตาม พรบ.คนเข้าเมือง 2 คน สามารถช่วยเหลือเด็กผู้เสียหายตาม พรบ.คุ้มครองเด็ก 5 คน โดยได้ร่วมมือกับ สหวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่ กระทรวง พม. เพื่อคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ทำประวัติแต่ละบุคคล พร้อมตรวจหาความสัมพันธ์เชื่อมโยง ระหว่างตัวผู้ใหญ่ที่อ้างเป็น พ่อ แม่ ว่ามีความสัมพันธ์กันจริงหรือไม่ หากไม่มีก็จะเข้าข่ายค้ามนุษย์ได้ ก็จะต้องสืบสวน สอบสวนขยายผล แล้วแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีเพิ่มต่อไป

อนึ่ง จากการดำเนินการสืบสวน สอบสวน และคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในเบื้องต้น พบว่ามีผู้ต้องหาที่เป็นผู้ต้องหาเดิมจำนวน 6 ราย สามารถแจ้งข้อหาค้ามนุษย์ฯ ได้จำนวน 5 ราย โดยมีการแจ้งข้อหากับกลุ่มผู้ต้องหาดังนี้

1. กระทำการ บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน เด็กเร่ร่อน หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทานหรือการกระทำผิด หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พุทธศักราช ๒๕๔๖ มาตรา ๒๖ (๕)

2. เป็นบุคคลใดทำการขอทาน โดยการขอเงินหรือทรัพย์สินจากผู้อื่นเพื่อเลี้ยงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการขอด้วยวาจา ข้อความ หรือการแสดงกิริยาอาการใด หรือการกระทำด้วยวิธีการใดให้ผู้อื่นเกิดความ สงสารและส่งมอบเงินหรือทรัพย์สินให้ , แสวงหาประโยชน์จากผู้ทำการขอทานโดยการใช้ จ้าง วาน สนับสนุน ยุยงส่งเสริม หรือกระทำด้วยวิธีการอื่นใดให้ผู้อื่นทำการขอทาน ตาม พระราชบัญญัติควบคุมคนขอทาน พ.ศ.๒๕๕๙ มาตรา ๑๓

3. เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุดลง ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๘๑ และ

4. ค้ามนุษย์ เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี โดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการนำคนมาขอทาน ตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พุทธศักราช ๒๕๕๑ มาตรา 6 , 52

หากประชาชนมีเบาะแส กลุ่มแก๊งค์ที่นำพาเด็กมาขอทาน ตามสถานที่ต่างๆ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ โทร สายด่วน 1191 หรือเพจเฟสบุ๊ก “กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์”