ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) บูรณาการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” โดยปีนี้คาดว่าจะมีการเดินทางมากกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มสูงขึ้น จึงได้มอบหมายให้ ศปถ.บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566 กำหนดช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.2566 มุ่งลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน มีเป้าหมายลดจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง ด้วยการเน้นบังคับใช้กฎหมายและกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่อย่างจริงจังต่อเนื่อง และสร้างวินัยจราจรให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน

ทั้งนี้เทศกาลสงกรานต์ 2566 คาดว่าจะมีผู้บาดเจ็บเพิ่มมากขึ้น จึงอยากฝากถึงตำรวจทั่วประเทศให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ประนีประนอมกับผู้ที่ทำผิดกฎหมายกรณีขับขี่ด้วยความเร็วเกินกำหนด การตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ การคาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกกันน็อก และการจำหน่ายแอลกอฮอล์ให้เด็ก หรือร้านค้าที่จำหน่ายนอกช่วงเวลาที่อนุญาต ขณะที่ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. กรมวิทย์จะยกเว้นค่าตรวจวิเคราะห์ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดแก่โรงพยาบาลและสถานีตำรวจ โดยส่งตัวอย่างได้ที่ห้องปฏิบัติการกรมทั้ง 16 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับการเดินทางของประชาชนทั่วประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2566 ที่ปีนี้เลือกเดินทางกลับภูมิลำเนากันก่อน ทำให้ตลอดวันที่ 10 เม.ย.ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) มีประชาชนทยอยมารอขึ้นรถไฟเป็นจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) คอยอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสูงอายุ สตรีมีครรภ์ ครอบครัวที่มีเด็กเล็กเป็นพิเศษ ทั้งนี้ นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผอ.ศูนย์ประชาสัมพันธ์ รฟท.เปิดเผยว่าขบวนรถที่ให้บริการเป็นประจำ ตั๋วโดยสารถูกจองเต็มหมดทุกชั้นทุกขบวนแล้ว รฟท.จึงจัดขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร 10 ขบวน ในเส้นทางสายเหนือ 5 ขบวน และสายตะวันออกเฉียงเหนือ 5 ขบวน สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มประมาณ 8,000 คน/วัน และยังมีการพ่วงตู้โดยสารในขบวนรถประจำ 222 ขบวน เต็มกำลังหน่วยลากจูง จะทำให้วันที่ 11-17 เม.ย.นี้ รฟท.สามารถรองรับการเดินทางของผู้โดยสารได้สูงสุด 1 แสนคนต่อวัน เพียงพอต่อการเดินทาง

ส่วนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ตลอดทั้งวัน ประชาชนจากทุกสารทิศต่างหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระมารอขึ้นรถโดยสารเพื่อเดินทางออกจากกรุงเทพฯอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสายเหนือและสายอีสาน ส่วนใหญ่เป็นการกลับภูมิลำเนามากกว่าท่องเที่ยว

ขณะที่นายณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ปีนี้มีการเดินทางทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากปีก่อน คาดว่าจะมีเที่ยวบินรวม 14,180 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 2,026 เที่ยวบิน เมื่อเปรียบเทียบเที่ยวบินในช่วงเวลาก่อนสถานการณ์โควิด-19 บวท.ให้บริการจราจรทางอากาศรองรับเที่ยวบินถึง 3,000 เที่ยวบินต่อวัน จึงมั่นใจว่า บวท.สามารถให้บริการทุกเที่ยวบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ตามเส้นทางสายหลักที่มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคต่างๆ ก็เต็มไปด้วยยวดยานสารพัดชนิด โดยช่วง จ.นครสวรรค์ ทุกปีการจราจรจะหนาแน่นบนถนนพหลโยธิน ตั้งแต่หน้าค่ายจิรประวัติไปจนถึงเชิงสะพานเดชาติวงศ์ แล้วแยกขึ้นเหนือไปทางจังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดพิษณุโลก ทำให้เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำวันที่ 10 เม.ย.การจราจรเริ่มหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงข้ามสะพานเดชาติวงศ์ มีรถติดขัดตามสัญญาณไฟจราจร เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายรถไม่ให้มีท้ายแถวสะสม เช่นเดียวกับถนนมิตรภาพ ที่มีปริมาณรถขาขึ้นหนาแน่นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้บางช่วงที่มีการก่อสร้างหรือเบี่ยงเส้นทาง รถจะเคลื่อนตัวได้ช้าไปจนถึงติดขัด